|
ดูดไขมัน ใต้คาง แก้ม ต้นแขน ต้นขา น่อง หน้าอก แผ่นหลัง หน้าท้อง สะโพก จุดละ 15,000 บาท
การดูดไขมัน เป็นการแก้ไขปัญหาไขมันเฉพาะที่ ทางคลีนิคของเรารใช้เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า tumescent techniqui ซึ่งจะเสียเลือดน้อย และสามารถดูดไขมันได้ในปริมาณที่มาก และมีผลข้างเคียงหลังการดูดไขมันน้อยกว่าวิธีอื่น เช่น อาการช้ำ, หรือเกิดเป็นรอยคลื่น เป็นต้น โดยทางคลีนิคของเราจะให้ยาทางสายน้ำเกลือ และฉีดยาชาเฉพาะที่ซึ่งจะปลอดภัยกว่าการดมยาสลบ สามารถผ่าตัดในคลีนิคได้ สามารถทำการดูดไขมันได้เกือบทุกส่วนในร่างกายที่เป็นไขมันส่วนเกิน เช่น แก้ม, ต้นแขน, วงแขน, หน้าท้อง, เอว, แผ่นหลัง, ต้นขา, สะโพก, น่อง ฯลฯ หรือแม้แต่หน้าอกที่มีขนาดใหญ่เกินไปทั้งของผู้ชายและผู้หญิง ก็สามารถดูดไขมันเพื่อลดขนาดได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดลดขนาดเต้านม (Mastopexy) ซึ่งจะมีแผลยาวรอบหน้าอก แต่ถ้าใช้วิธีดูดไขมัน จะมีแผลขนาด 3-5 มิลลิเมตรเท่าทนั้น ไขมันของคนไข้เองที่ดูดออกมา เรายังสามารถนำมาคัดแยกเฉพาะเซลไขมัน นำกลับมาฉีดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (Fat Transplant, Fat Reinjection) เช่น เพิ่มขนาดหน้าอก, สะโพก, อวัยวะเพศ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติ และปลอดภัย โดยเซลไขมันบางส่วนจะเสื่อมสลายไปประมาณ 30-40% หลังจากการฉีด 1-2 ปี ซึ่งเราอาจฉีดประมาณไขมันเกินกว่าขนาดปกติเล็กน้อย เพื่อการสลายตัว หรืออาจกลับมาฉีพใหม่อีก 1-2 ครั้ง ก็จะได้ผลดี การดูดไขมันด้วยเครื่อง body-jet ขณะนี้ทางคลีนิคของเราได้ใช้การดูดไขมันด้วยเครื่อง body-jet ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยมากกว่า และทำการดูดไขมันได้รวดเร็วกว่า อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหัวฉีดของ body-jet จะช่วยให้การดูดไขมันเป็นไปได้ง่ายขึ้น ทั้งยังได้ปริมาณไขมันในการดูดได้มากกว่าเดิม หัวฉีดน้ำของเครื่อง body-jet จะฉีดน้ำเข้าไปเพื่อสลายไขมันทำให้ดูดไขมันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การดูดไขมันด้วยเครื่อง body-jet นั้นพัฒนามาจากการผ่าตัดสมอง และตับ เพื่อช่วยลดการเนียเลือด และลดผลกระทบต่อเส้นประสาท จึงได้มีการพัฒนามาสู่การดูดไขมันด้วยระบบ body-jet นี้
ประโยชน์ต่อคนไข้ เนื้อโดยรอบบริเวณที่ทำการดูดไขมัน จะไม่ถูกทำลาย หรือกระทบกระเทือนอย่างรุ่นแรง ลดอาการบาดเจ็บ บวม หรือช้ำจากการดูดไขมันด้วยวิธีการปกติ แพทย์สามารถใช้ปริมาณยาชา หรือยาสลบในปริมาณที่น้อยกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลดีต่อคนไข้ ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า และเห็นผลได้ทันทีหลังทำการดูดไขมัน ใช้เวลาในการผ่าตัดสั้นกว่าเดิม

การดูดไขมันด้วย body-jet ได้ผลดีกว่า บาดเจ็บน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพสูง คลิ๊กที่รูปข้างล่างเพื่อขยายดูภาพใหญ่ 
ขั้นตอนการดูดไขมันโดยทั่วไป เข้าห้องน้ำ ส่งเข้าห้องปฏิบัติการ เปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่แต่ชุดชั้นใน ถ่ายรูปส่วนท่ต้องการดูดไขมัน และวัดขนาด size เป็นนิ้ว บันทึกลงสมุด วาดบริเวณที่ต้องการดูดไขมัน scrub บริเวณที่จะดูดไขมันด้วย Hibitane + น้ำกลั่น และ Providline ให้ผู้ป่วยรับประทานยานอนหลับ Dormicum 2-3 tab stat On IV fluid 0.9% NSS 500 ml kvo Lincomycin 2 cc stat, Dexamethasone 2 cc stat, Diprivan 1-2 ml dilute แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณที่จะเจาะผิวหนังแล้วใช้ Blade No.11 เจาะผิวหนังยาวประมาณ 0.5 cm. แพทย์จะฉีดน้ำเกลือ NSS ที่มีส่วนผสมยา Adrenaline, xylocaine 2% และ sodium bicarbonate บริเวณชั้นไขมัน ขนาดของยาแล้วแต่ส่วนที่จะดูดไขมัน ทิ้วไว้ประมาณ 45 นาที - 1 ชม. เพื่อให้ตัวยาแทรกซึมบริเวณชั้นไขมัน ทำให้ไขมันอ่อนตัวเพื่อง่ายต่อการดูด แพทย์ทำการดูดไขมัน ใช้ท่อขนาดเล็กในการดูดไขมั้น ปริมาณไขมันจะได้ประมาณ 1,000 - 3,000 ml แล้วแต่ส่วนที่ดูด และปริมาณไขมันของแต่ละคน content เมื่อแพทย์ดูดไขมันเสร็จแล้ว บริเวณผิวหนังที่เจาะไว้จะเบ็บปิดปากแผลประมาณแผลละ 2 เข็ม หลังจากเย็บแผลแล้ว ปิดปากแผลด้วยผ้าก๊อช แล้วพันด้วย Elastic (ผ้ายืดพันแผล) ให้ผู้ป่วยนอนพักประมาณ 2-3 ชม. หรือจนกว่าจะรู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่องดี เพราะผู้ป่วยยังคงมีฤทธิยาจากยานอนหลับอยู่ นัดผู้ป่วยมาทำแผลทุกวัน ถ้าแผลไม่ซึมอาจจะนัดวันเว้นวันหรือ 2 วันแล้วแต่กรณี
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหลังการดูดไขมัน ได้แก่ อาการบวมน้ำเกลือทั่วบริเวณร่างกาย ซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ ทุเลาลงไปภายใน 2 อาทิตย์ - 1 เดือน อาการบวมบริเวณที่ดูดไขมันจะหายอย่างสมบูรณ์ภายใน 6 เดือน อาการปวด ตึง เกร็งบริเวณที่ดูดไขมันจะหายและค่อย ๆ ทุเลาลงไป แนะนำให้ทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ ยาลดบวม จนหมด หลังจากนั้นอาการปวด ตึงบริเวณที่ดูดไขมันจะค่อย ๆ ทุเลาลงไปภายใน 2-3 เดือน การณีผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการปวดนี้ได้ถึง 6 เดือน รอยแผลเป็นหลังจากการดูดไขมันจะเกิดขึ้น รอยดำ หรือ รอยแดงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังการดูดไขมันจะค่อย ๆ จางลง ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยใช้ยารักษารอยดำอย่างต่อเนื่อง อาจมีรอยคล้ำของผิวหนังบริเวณที่ดูด อาการนี้จะค่อย ๆ ทุเลาลงภายใน 3-6 เดือน
คำแนะนำในการรับประทานยา ยาแก้ปวดชนิดปวดรุนแรง กรณีที่ผู้ป่วยปวดมากให้ทาน 1 เม็ด หากอาการปวดไม่รุนแรง ให้รับประทานยาตามข้อ 2 ยาแก้ปวดชนิดธรรมดา ทาน 1 เม็ด 4 เวลา หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ยาแก้อักเสบ ทาน 1 เม็ด 4 เวลา หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ยาลดบวม ทาน 2 เม็ด 3 เวลา หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น หลังจากรับประทานยาหมดแล้ว หากยังเกิดอาการปวดอยู่ แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อรับยาเพิ่มเติม เกลือแร่ (6 ซอง) ให้ผสมน้ำเย็น 1 แก้ว : 1 ซอง ในวันแรกให้ดื่มน้ำเกลือแร่ 3-4 แก้ว / วัน
|